เกี่ยวกับทิพยประกันชีวิต


กลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจ

ภาพรวมเศรษฐกิจไทยในปี 2561 ขยายตัวต่อเนื่องในระดับที่สอดคล้องกับศักยภาพ โดยการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยปี 2561 อยู่ที่ร้อยละ 4.1 เติบโตสูงกว่าปี 2560 ที่ร้อยละ 3.9 โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนหลักจากการส่งออกสินค้าและบริการที่ปรับตัวดีขึ้นและจำนวนนักท่องเที่ยวที่มีแนวโน้มขยายตัวขึ้นในช่วงครึ่งปีแรกของปี อย่างไรก็ตาม ในช่วงครึ่งปีหลังการส่งออกสินค้าได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจโลกที่มีแนวโน้มชะลอลงและมาตรการกีดกันทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน (Trade War) ขณะที่การท่องเที่ยวชะลอลงโดยเฉพาะจากนักท่องเที่ยวจีน ส่วนแนวโน้มการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยปี 2562 หน่วยงานสภาพัฒน์ฯ คาดว่าจะขยายตัวร้อยละ 3.5 – 4.5 โดยมีปัจจัยสนับสนุน การใช้จ่ายเพื่อการอุปโภคบริโภค การใช้จ่ายเพื่อการบริโภคของเอกชน การลงทุนรวม สำหรับปัจจัยเสี่ยงที่มีความไม่แน่นอนสูง คือ การเจรจาของมาตรการกีดกันทางการค้าระหว่างสหรัฐและจีน ที่ยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงกันได้ และการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในปี 2562 ที่จะถึงนี้

ส่วนแนวโน้มเบี้ยประกันชีวิตรับรวมปี 2562 บริษัทได้คาดการณ์เบี้ยประกันชีวิตรับรวมของธุรกิจปี 2562 มีอัตราการเติบโตของเบี้ยประกันชีวิตรับรวมชะลอตัวลงจากปี 2561 อยู่ที่ประมาณร้อยละ 1.5 คิดเป็นเบี้ยประกันชีวิตรับรวมเท่ากับ 636,447 ล้านบาท สำหรับเบี้ยประกันชีวิตรับปีแรก มีอัตราการเติบโตอยู่ที่ประมาณร้อยละ 5 และอัตราความคงอยู่ของกรมธรรม์อยู่ที่ประมาณร้อยละ 83.0 โดยที่มีปัจจัยส่งผลกระทบต่อการเติบโตของเบี้ยประกันชีวิตรับรวมของอุตสาหกรรม ได้แก่ การสนับสนุนมาตรการทางภาษีจากภาครัฐ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตอบสนองผู้บริโภคให้มากยิ่งขึ้น และการพัฒนาการให้บริการที่มุ่งเน้นสู่ความเป็นเลิศในทุกๆ ด้าน อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่กดดันต่อการเติบโตของอุตสาหกรรม คือ เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มการขยายตัวที่ชะลอตัวลงจากปีก่อนหน้าจากความไม่แน่นอนของปัจจัยภายนอกประเทศเป็นหลัก การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบของหน่วยงานกำกับ โดยเฉพาะมาตรการกำกับดูแลการให้บริการลูกค้าอย่างเป็นธรรม (Market Conduct) และการเปลี่ยนแปลงมาตรฐานการรายงานทางการเงิน

เป้าหมายหลักในการดำเนินงานปี 2562 ของบริษัท ยังคงยึดมั่นที่จะดำเนินตามวิสัยทัศน์และพันธกิจของบริษัท เพื่อเป็นสถาบันประกันชีวิตชั้นนำของไทยที่มีความมั่นคงทางการเงินและเติบโตอย่างยั่งยืน โดยเน้นการขยายฐานลูกค้าผ่านช่องทางพันธมิตรเป็นหลักและใช้กลยุทธ์ให้ลูกค้าเป็นศูนย์กลาง (Customer-Centric) พร้อมไปกับการเปลี่ยนแปลงองค์กรเข้าสู่ยุคดิจิทัล และนำเสนอนวัตกรรมทางเทคโนโลยีที่ทันสมัยให้กับลูกค้า โดยครอบคลุมทั้งการขายและการบริการ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไป โดยกำหนดเป้าหมายที่สำคัญดังต่อไปนี้

เป้าหมายหลักในการดำเนินการ 2562
ร้อยละการเติบโตของเบี้ยประกันรับรายใหม่
(New Business Growth)
5 - 7
ร้อยละการต่ออายุกรมธรรม์
(Renewal Rate)
80 - 85
ร้อยละอัตราผลตอบแทนจากการลงทุน
(Investment Return)
3.5 - 4.5
ร้อยละอัตราความเพียงพอของเงินกองทุน
(CAR)
200 - 300

แผนงานที่สำคัญสำหรับปี 2562 สรุปโดยสังเขป ดังต่อไปนี้

  1. 1. การสร้างแบรนด์ของบริษัท (Brand Building) 
  2. 2. การพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้หลากหลาย (Multi-Products) และช่องทางใหม่ (New Channels) โดยยึดหลักลูกค้าเป็นศูนย์กลาง (Customer Centricity) 
  3. 3. การพัฒนากระบวนการปฏิบัติภายในสู่ความเป็นเลิศด้วยการขับเคลื่อนองค์กรผ่านดิจิทัล (Operational Excellence with Digital Transformation) 
  4. 4. การบริหารประสบการณ์ลูกค้า (Customer Experience Management) 
  5. 5. การลงทุนใน Life InsurTech 
  6. 6. การกำกับดูแลกิจการที่ดี (Corporate Governance) และการปฏิบัติตามกฎ ระเบียบ จากหน่วยงานกำกับภายนอก 
  7. 7. สนับสนุนและเสริมสร้างการขับเคลื่อนองค์กรโดยการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยียุคใหม่ 
  8. 8. การพัฒนาความสามารถของบุคลากรและองค์กร (People Capabilities and Organization Development) 
  9. 9. การบริหารเงินกองทุน (Capital Management)